ประวัติ

เป็นที่รู้จักในนามของ “โรงพยาบาลประสาท พญาไท” ก่อตั้งโดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ประสพ รัตนากร ผู้ที่มีความรู้ความชํานาญทางด้านประสาทวิทยาและจิตเวช รวมทั้งมีวิสัยทัศน์ อันลํ้าลึกและยาวไกล ได้เล็งเห็นความสําคัญของโรคทางระบบประสาท และความทุกข์ยากของผู้ป่วยที่ยังไม่มีสถาน พยาบาลเฉพาะทางสําหรับดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ จึงได้ดําเนินการก่อตั้ง “โรงพยาบาลประสาท พญาไท” บนพื้นที่ 5 ไร่ ประกอบด้วยตึกอํานวยการ ตึกผู้ป่วยในขนาด 30 เตียง บ้านพักแพทย์ พยาบาลและพนักงานเท่านั้น ได้เปิดดําเนินการ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2500 ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะให้การบําบัดรักษาผู้ป่วย ที่ทนทุกข์ทรมานจากโรค ระบบประสาท สมอง และสภาวะทางอารมณ์ ควบคู่กันไปกับการศึกษาค้นคว้าและวิจัย

จากหน่วยงานเล็กๆ เมื่อเริ่มก่อตั้ง ได้มีการวางแผนเตรียมโครงการขยายงานทุกด้าน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการจัดหาสถานที่เพิ่มเติม หาทุนสนับสนุนจัดสร้างอาคารต่างๆ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น ในการนี้โรงพยาบาล ประสาทได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานทุนทรัพย์จํานวน 326,462.50 บาท สําหรับก่อสร้างตึกจักษุประสาทวิทยา และได้เสด็จพระราชดําเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ มาที่โรงพยาบาลประสาท และโรงพยาบาลสาขาในส่วนภูมิภาคหลายครั้งเพื่อประกอบพิธี ต่างๆ ดังนี้
k1วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2504 : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ ” ตึกวิจัยประสาท ” และเปิดตึกศาลาบำบัด ตึกศัลยกรรมประสาท และตึกคนไข้หญิง
วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2505 : สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด ” ห้องสมุดศรีสังวาลย์ ”
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด” ตึกวิจัยประสาท ”
วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2507 : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด ” พระรูปสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร- อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ” และ ” ตึกสรีระบำบัด ”
วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2508 : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อม ด้วยพระราชโอรสพรk2ะราชธิดา เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด “โรงพยาบาลประสาทสงขลา” โรงพยาบาลสาขา แห่งแรก
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511 : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด ” ตึก จักษุประสาทวิทยาและตึกกุมารประสาทวิทยา ”
วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2513 : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด ” โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ ” โรงพยาบาลสาขาที่ 2
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด “ตึก ประสาทศัลยศาสตร์ ”
วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีเปิด “อาคารรัชมงคล ”
k4วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2536 : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงประกอบพิธีเปิด “อาคารอำนวยการ ”
นอกจากนี้ ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2545 สถาบันประสาทวิทยาได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้สถาบันประสาทวิทยาอัญเชิญ อักษรพระนามาภิไธย มาจัดทําถ้วยรางวัลเพื่อมอบให้แก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ซึ่งจัดขึ้นเพื่อนําเงินไป ช่วยเหลือผู้ป่วยอัมพาต อัมพฤกษ์ที่ยากไร้ และกิจกรรมที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาผู้ป่วยดังกล่าว ซึ่งชาวสถาบันประสาทวิทยา ทุกคนรู้สึก ปลื้มปิติยินดี และสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ในด้านการพัฒนาบุคลากรและวิชาการ สถาบัน ประสาทวิทยาได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ จากสถาบันต่างๆ ทั้งภายใน และต่างประเทศ อาทิเช่น ศ.น.พ.อวย เกตุสิงห์ ศ.น.พ.วิชัย บำรุงผล ศ.น.พ.จรัส สุวรรณเวลา ศ.น.พ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ศ.น.พ.รุ่งธรรม ลัดพลี ศ.น.พ.อุทัย รัตนิน ศ.น.พ.จรีเมท กาญจนารันย์ ฯลฯ ท่านเหล่านี้ได้มีส่วนสำคัญในการพัฒนางานของสถาบันในระยะเริ่มต้น ส่วนความช่วยเหลือจากต่างประเทศ สถาบันประสาทวิทยาได้รับความร่วมมือและช่วยเหลืออย่างดียิ่งดังนี้

ใน พ.ศ. 2501 Prof. Graeme Robertson จากออสเตรเลียได้มาสอนที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 2 เดือน และ ได้เสนอปรับปรุงสถาบันเป็นสถาบันทางประสาทวิทยาที่เข้ามาตรฐาน พร้อมกับส่งเครื่องเอกซเรย์ และเครื่องมือ เครื่องใช้ในด้านประสาทรังสีมาให้

ใน พ.ศ. 2503 Prof. Douglas Mc Alpine จาก Queen Square ได้มาสอนที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 2 เดือน และได้แนะนําเกี่ยวกับการพัฒนาในด้านวิชาการ

ใน พ.ศ. 2505 Prof. R.S. Allison จากไอร์แลนด์ ได้มาประจําทําการสอนเช่นกัน ประมาณ 2 เดือนpic_history
ใน พ.ศ. 2508 Dr. John Stobo Prichard จากโตรอนโต แคนาดา ได้มาประจําอยู่ 3 เดือน และได้ตั้งแผนก กุมารประสาทวิทยา จัดโครงการแลกเปลี่ยนแพทย์ไทยกับแคนาดา โดยส่ง Dr. John Edmeads จากโตรอนโต มาเป็น ที่ปรึกษา สอน และดําเนินงานในด้านวิจัยอยู่ประมาณ 1 ปี จึงกลับ และส่ง Dr. John Steele มาดําเนินงานต่ออีก 1 ปี

ใน พ.ศ. 2509 : Prof. Sigvald Refsum จากนอร์เวย์ ได้มาทําการสอนอยู่ที่โรงพยาบาล 2 เดือน และได้ให้ ข้อเสนอแนะในการขยายงานโรงพยาบาลประสาท สงขลา และโรงพยาบาลประสาท พญาไท เป็นผลให้ได้รับความร่วมมือ ระยะยาว ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลนอร์เวย์

ใน พ.ศ. 2509 Dr. Med. Lothar Hallmann จากแฮมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ได้มาประจําอยู่ที่ โรงพยาบาลและได้สร้างห้องทดลองวิจัย และเริ่มการวิจัยในด้านชีวเคมีประสาท โดยเอื้อเฟื้อส่งพนักงานวิทยาศาสตร์ จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันมาร่วมด้วยอีก 2 คน

pic_history2นอกจากนี้ยังได้รับทุนส่งเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ทั้งแพทย์ พยาบาล และนักวิชาการไปศึกษาฝึกอบรมในต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ได้กลับมาทำให้สถาบันการแพทย์แห่งนี้ ได้รับการยอมรับในมาตรฐานการบริการ บำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคระบบประสาทอย่างครบวงจร รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และนิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ จนกระทั่งได้รับการรับรองให้ใช้คำว่าสถาบันต่อท้ายชื่อเป็น “โรงพยาบาลและสถาบันประสาทวิทยา” และจากการปรับปรุงระบบบริการกระทรวงสาธารณสุข ในปี 2537 ได้มีพระบรมราชโองการให้ออกพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมการแพทย์ กำหนดให้โรงพยาบาลและ สถาบันประสาทวิทยา มีฐานะเท่าระดับกอง เปลี่ยนชื่อเป็น “สถาบันประสาทวิทยา” สังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

“สถาบันประสาทวิทยา” เป็นสถาบันโรคเฉพาะทางระดับตติยภูมิ ( Tertiary Medical Care ) ได้มีการพัฒนา อย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันได้ขยายพื้นที่เป็น 16 ไร่ 2 งาน มีอาคาร 13 หลัง เตียงผู้ป่วย 350 เตียง โดยยังคงมุ่งมั่นและรับผิดชอบตามปณิธาน

สถาบันประสาทวิทยามีความมุ่งมั่นและความพร้อมที่จะพัฒนาสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อบริการบำบัดและรักษาประชาชน อย่างดียิ่ง พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน ตามเจตจำนงแน่วแน่ที่จะสนอง พระราชดำรัส องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ตึกวิจัยประสาท เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2504 ความว่า เพื่ออำนวยประโยชน์ของประชาชนผู้เจ็บไข้ทางโรคประสาทนี้สืบไปชั่วกาลนาน”