โรคทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดทางโครโมโซมเอ็กซ์ (X-linked adrenoleukodystrophy)

cinemagonline_com_20060804035222_1จากกรณีที่มีข่าวเด็กชายกฤษกรณ์ คำชัยวงศ์ หรือน้องจ๊าบ อายุ 12 ปี อยู่ที่จังหวัดลำปาง นักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเด็กเรียนเก่ง ฉลาดเกินวัย สอบได้เกรด 4 ทุกวิชา แต่ขณะนี้ป่วยเป็นโรคประหลาดทำให้พัฒนาการทางสมองถดถอยกลับไปสู่วัยเด็ก เริ่มจากอาการตาพร่ามัว มองไม่เห็น เดินชนผนังห้องบ่อยๆ จนครูและเพื่อนๆ ต้องช่วยกันดูแลขณะร่วมกิจกรรม รวมทั้งพูดจาอ้อแอ้ไม่เป็นภาษาและเขียนหนังสือไม่ได้ โดยป่วยมาเป็นเวลา 1 ปี และก่อนหน้านี้พี่ชายของเด็กชายกฤษกรณ์ ก็ป่วยด้วยโรคเดียวกัน เมื่ออายุ 4 ปี ตามองไม่เห็นเช่นกัน เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้ว่ามีสาเหตุ อาการ การรักษา และการป้องกันอย่างไรจากแพทย์หญิงอาภาศรี  ลุสวัสดิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารประสาท กลุ่มงานกุมารประสาทวิทยา สถาบันประสาทวิทยา 

 

“โรคอะดรีโนลิวโคดีสโทรฟี่” หรือ “โรคเอแอลดี” (Adrenoleukodystrophy : ALD) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดโดยผ่านทางโครโมโซม X ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย  ในขณะที่ผู้หญิงที่มียีนนี้อาจมีอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อย  อุบัติการณ์ของโรคพบประมาณ 1:20000 ราย ในทุกเชื้อชาติ

 

โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของการสร้างกรดไขมันชนิดยาวมาก (very-long-chain fatty acids) ในสมอง  ต่อมหมวกไต และอัณฑะ  ลักษณะของโรคแบ่งเป็น 3 ชนิด คือ

  • childhood cerebral form ปรากฏอาการในเด็กอายุ 4 – 8 ปี
  • Adrenomyelopathy ปรากฏในผู้ใหญ่เพศชายอายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป
  • Impaired adrenal gland function (called Addison disease or Addison-like phenotype) มีอาการผิดปกติของต่อมหมวกไตที่ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนได้เพียงพอ

อาการ

Childhood cerebral type:

  • ความผิดปกติของต่อมหมวกไต
  • มีการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะมีอาการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • ตาเหล่  ตาเข
  • การสื่อสารทางคำพูดแย่ลง
  • เขียนหนังสือแย่ลง
  • การเรียนแย่ลง
  • ความเข้าใจภาษาลดลง
  • การได้ยินแย่ลง
  • ไม่อยู่สุข
  • ระบบประสาทแย่ลง  เช่น
    • หมดสติ ไม่รับรู้ตอบสนองต่อสิ่งเร้า / Coma
    • กล้ามเนื้อมัดเล็กทำงานแย่ลง
    • อัมพาต
  • ชัก
  • กลืนลำบาก
  • สายตาแย่ลงหรือมองไม่เห็น

Adrenomyelopathy :

  • ความผิดปกติของต่อมหมวกไต
  • ควบคุมปัสสาวะลำบาก
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือแข็งเกร็ง
  • สมองช้าลงหรือความจำแย่ลง

Adrenal gland failure (Addison type):

  • หมดสติ  ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเร้า / Coma
  • เบื่ออาหาร
  • ผิวคล้ำขึ้น
  • น้ำหนักลด กล้ามเนื้อฝ่อ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • อาเจียน

การตรวจเพื่อวินิจฉัย

  • ตรวจพบระดับกรดไขมันชนิดยาวมากในเลือดเพิ่มขึ้นกว่าปกติ
  • มีการเปลี่ยนแปลงของยีน ABCD 1 (gene mutations)
  • ภาพรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของสมอง (MRI) พบเนื้อเยื่อส่วน white matter ผิดปกติ

การรักษา

                ความผิดปกติของต่อมหมวกไตรักษาได้โดยการให้ยา  ฮอร์โมนต่อมหมวกไตทดแทน  ยังไม่มีการรักษาโรคนี้ให้หายขาดในปัจจุบัน  แต่การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันชนิดยาวมากในปริมาณน้อยและ/หรือกินไขมันชนิดพิเศษ (Lorenzo oil) จะช่วยลดปริมาณกรดไขมันชนิดยาวมากในเลือดได้  แต่ไม่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายขาดและในบางคนก็ไม่ได้ผล

                การเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก (bone marrow transplantation) กำลังอยู่ในขั้นศึกษาทดลองในงานวิจัยต่าง ๆ ซึ่งพบว่าทำให้อาการดีขึ้นในผู้ป่วยบางรายโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่อาการยังไม่รุนแรงและตรวจวินิจฉัยได้แต่เนิ่น ๆ

พยากรณ์โรค

                เด็กที่เป็นโรคนี้ในกลุ่ม childhood cerebral form อาการทางระบบประสาทมักจะถดถอยลงจนไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือโคม่าในที่สุด  ใช้เวลาโดยประมาณ 2 ปีหลังจากเริ่มมีอาการทางระบบประสาท  เด็กในกลุ่มนี้อาจมีชีวิตอยู่ได้นานถึงกว่า 10 ปี  สำหรับผู้ป่วยโรคนี้ที่มีลักษณะอื่น ๆ อาการมักจะไม่รุนแรงและสามารถดำเนินชีวิตได้  ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ

  • ภาวะฮอร์โมนต่อมหมวกไตบกพร่องอย่างรุนแรง (adrenal crisis)
  • ไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ (Vegetative state/ long-term coma)

การป้องกัน

                การให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวที่มีประวัติของโรคนี้ในครอบครัว  เพื่อตรวจหายีนแฝงในคนอื่น ๆ ในครอบครัวโดยการตรวจหากรดไขมันยาวมากและการตรวจ DNA ในห้องปฏิบัติการทางพันธุกรรม  การตรวจวินิจฉัยโรค X-linked adrenoleukodystrophy สำหรับทารกในครรภ์สามารถทำได้แล้วในปัจจุบัน  โดยการตรวจเซลล์จากการเจาะน้ำคร่ำหรือการเจาะรกในขณะตั้งครรภ์

 

เรียบเรียงข้อมูล X-linked adrenoleukodystrophy โดย  พญ.อาภาศรี  ลุสวัสดิ์ กุมารประสาทวิทยา สถาบันประสาทวิทยา

ภาพประกอบจาก: www.cinemagonline.com/ticket_detail.php?id=125