• แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้าน

    บทบาทหน้าที่ของญาติ/ผู้ดูแลและครอบครัว กระตุ้นให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเองให้มากที่สุด เท่าที่ผู้ป่วยสามารถทำได้ เช่น การแปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว หวีผม รับประทานอาหารด้วยตนเอง การลุกนั่ง การขับถ่าย โดยญาติอาจคอยช่วยเหลือเป็นกรณีไป การกระตุ้นให้ผู้ป่วยทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองจะทำให้ผู้ป่วยฟื้นได้เร็วขึ้น ญาติ / ผู้ดูแลควรให้กำลังใจ และส่งเสริมผู้ป่วยให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเอง กระตุ้นผู้ป่วยไม่ให้ลืมร่างกายข้างที่อ่อนแรง โดย จัดวางอุปกรณ์ เครื่องใช้ไว้ข้างที่อ่อนแรง การพูดคุย ยื่นสิ่งของให้หรือการป้อนข้าวควรเข้าข้างที่อ่อนแรง กระตุ้นการรับรู้ บุคคล วันเวลา สถานที่ และสังคมโดย จัดให้มีนาฬิกา ปฏิทิน รูปภาพ โทรทัศน์ ให้ผู้ป่วยดู ให้ญาติหรือผู้ดูแลช่วยบอกถาม พูดคุย หรือให้ผู้ป่วยพูดคุยกับลูกหลาน ญาติพี่น้อง เพื่อนๆ หรือผู้คุ้นเคย ครอบครัวให้ความรัก ความใส่ใจเข้าใจปัญหาของผู้ป่วย กระตุ้นให้ผู้ป่วยร่วมกิจกรรมต่างๆ ในครอบครัวเท่าที่ทำได้อย่างสม่ำเสมอไม่ปล่อยให้ผู้ป่วยนอนอยู่แต่บนเตียง เช่น พาผู้ป่วยไปเดินเล่น ออกกำลังกาย ออกนอกบ้านไปสถานที่ต่างๆ บางรายอาจต้องให้มีส่วนร่วมรับรู้ในกิจการงาน ตลอดจนสังคม สมาคม ที่เคยทำมาก่อนบ้างตามความเหมาะสม ผู้ป่วยอาจมีความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผู้ดูแลโดยเฉพาะสามีหรือภรรยา ควรทำความเข้าใจและปลอบโยนเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย ควรมีการหมุนเวียนผู้ดูแล …

  • การดูแลกิจวัตรประจำวัน

    ++++++กิจวัตรประจำวันหมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่บุคคลกระทำเป็นประจำในแต่ละวัน เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน ซึ่ง ผู้ป่วยที่อ่อนแรงครึ่งซีกต้องเรียนรู้การทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ เหล่านี้ด้วยตนเองเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจและไม่เป็นภาระของผู้อื่น การรับประทานอาหาร ++++++ผู้ป่วยต้องมีอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัวในการหยิบจับ และรับประทานอาหารได้โดยสะดวก ต้องมีการจัดท่าที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยป้องกันการสำลักที่พบบ่อย อุปกรณ์ช่วย ช้อนเสริมด้าม เพื่อจะหยิบจับสะดวก ที่กั้นอาหารหรือใช้ชามเพื่อป้องกันไม่ให้อาหารหกเลอะเทอะ แผ่นยางรองจาน แก้วมีหู

  • การให้กิจกรรมเพื่อส่งเสริมความสามารถการเคลื่อนไหวของแขนและมือ

    1. ระยะอ่อนปวกเปียก (Flaccid Stage) ++++++ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่สามารถเคลื่อนไหวแขนข้างที่เป็นอัมพาตได้เลย การให้กิจกรรมในระยะนี้มุ่งเน้นเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการขาดการเคลื่อนไหว และกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อให้ฟื้นคืนมา ตัวอย่างกิจกรรม 1.1 กิจกรรมที่กระตุ้นให้ผู้ป่วยมีการลงน้ำหนักที่แขนข้างที่เป็นอัมพาต โดยจัดให้ผู้ป่วยนั่งท้าวแขนและเอี้ยวตัว เพื่อ กระตุ้นการรับความรู้สึกของข้อต่อ กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อหัวไหล่ ช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้องอข้อศอก ข้อมือ และนิ้วมือ

  • การปรับสภาพบ้านและสิ่งแวดล้อม

    ++++++บ้านหรือสภาพแวดล้อม ที่พักอาศัยที่เคยอยู่อาจไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตใหม่ภายหลังออกจากโรงพยาบาล เช่น บางคนสามารถเดินได้แต่ขึ้นลงบันไดไม่ได้ หรือบางคนอาจเดินไม่ได้ ต้องใช้รถเข็น แต่ประตูบ้านแคบ ไม่กว้างพอสำหรับรถเข็น เป็นต้น ผู้ที่ประสบปัญหาคงต้องดัดแปลงบ้านและสภาพแวดล้อมไม่มากก็น้อยตามแต่กำลังที่มีและความจำเป็น การประเมินสภาพบ้านเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับตัวผู้ป่วย ลักษณะการดำเนินโรค เป้าประสงค์ในการรักษาของทีมรักษา สภาพจิตใจ ร่างกาย และอายุ ลักษณะของความพิการ ได้แก่ การอ่อนแรงของร่างกายครึ่งซีก(Hemiplegia) และการอ่อนแรงของร่างกายครึ่งท่อน (Paraplegia/ Quadriplegia) ลักษณะนิสัยส่วนตัว การประกอบอาชีพ ระดับการศึกษา สภาพทางเศรษฐกิจ 2. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับครอบครัว หรือญาติ จำนวนสมาชิกในครอบครัว หรือบุคคลที่ต้องอาศัยร่วมกันภายในบ้านและบริเวณใกล้เคียง ทัศนคติเกี่ยวกับตัวผู้ป่วย หรือโอกาสทำกิจกรรมต่างๆ ของผู้ป่วยด้วยตนเอง 3. ลักษณะของบ้าน บ้านไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนยกสูง เป็นบ้านที่อยู่ในชานเมืองซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อผู้ใช้รถเข็น จะขึ้นลงจากบ้าน คงต้องอาศัยคนช่วยอุ้ม บ้านตึกสองชั้นหรือชั้นเดียว เป็นบ้านที่อยู่ในเมือง แต่มักมีบันไดตรงทางขึ้นบ้านซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการใช้รถเข็น การปรับสภาพบ้านและสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท ทางลาดเอียง เป็นทางเรียบและกว้างไม่น้อยกว่า 1 เมตร กรณีที่ความยาวทางลาดน้อยกว่า 3 เมตร …